"บทความนี้จะพาคุณเข้าใจถึงความสำคัญของตัวชี้วัด Fair Share และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับกลยุทธ์โรงแรมให้แข็งแกร่งขึ้นในตลาด พร้อมตัวอย่างและแนวทางแก้ไขปัญหา"
ดัก "Fair Share": ทำไมตัวเลขรายได้ของคุณอาจกำลังโกหกคุณอยู่
คุณกำลังฉลองยอดจองเต็ม... ในขณะที่คู่แข่งกำลังขโมยส่วนแบ่งตลาดของคุณไปเงียบๆ อยู่หรือเปล่า?
ลองจินตนาการถึงโรงแรม 2 แห่งที่อยู่บนถนนเส้นเดียวกัน
โรงแรม A เปิดดูบัญชี เห็นยอดรายได้เข้าเป้าตามงบ ก็เปิดแชมเปญฉลองกันยกใหญ่
โรงแรม B เปิดดูรายงาน Fair Share (ส่วนแบ่งตลาดที่ควรได้รับ) แล้วพบว่าตัวเองกวาดรายได้มาได้แค่ 80% ของที่ควรจะได้เมื่อเทียบกับจำนวนห้องที่มี... พวกเขาจึงรีบปรับกลยุทธ์ทันที
สามเดือนต่อมา โรงแรม B กลายเป็นผู้นำตลาด ในขณะที่โรงแรม A ได้แต่นั่งงงว่าทำไมจู่ๆ ยอดจองถึงแผ่วลง
คนทำโรงแรมส่วนใหญ่มักโฟกัสแค่ Total Revenue (รายได้รวม) แต่ตัวเลขนี้บอกแค่ว่า "เกิดอะไรขึ้นไปแล้ว" มันไม่ได้บอกคุณว่า "จริงๆ แล้วคุณทำได้ดีกว่านี้อีกไหม"
ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึก 3 ตัวชี้วัดที่จะเผย "สุขภาพที่แท้จริง" ของโรงแรมคุณ: Fair Share, Page View Share และ Revenue Share
1. แนวคิดหลัก: "Fair Share" คืออะไรกันแน่?
ลองมองตลาดเป็นเค้กก้อนโตๆ หนึ่งก้อน Fair Share คือตัวเลขที่ตอบคำถามง่ายๆ ว่า: "ถ้าโลกนี้ยุติธรรม โรงแรมอย่างฉันควรจะได้ส่วนแบ่งเค้กก้อนนี้เท่าไหร่?" ค่านี้คำนวณจากจำนวนห้อง (Inventory) ของคุณ เทียบกับคู่แข่งในตลาด (Compset):
Fair Share % = ( จำนวนห้องของคุณ / จำนวนห้องทั้งหมดใน Compset (รวมของคุณด้วย) ) × 100
ตัวอย่าง: ถ้าคุณมี 50 ห้อง และคู่แข่งในกลุ่ม Competitive Set ของคุณรวมกันมี 200 ห้อง Fair Share ของคุณคือ 25% นั่นหมายความว่า ในโลกอุดมคติ คุณควรจะได้ส่วนแบ่ง Booking 25% ของตลาด
แต่นี่คือกับดัก: ถ้า Fair Share ของคุณคือ 25% แต่คุณจับรายได้จริง (Actual Share) มาได้แค่ 15%... แสดงว่ามีใครบางคนกำลังกินเค้กชิ้นที่เป็นของคุณอยู่
2. หลักฐาน: ตัวเลขที่มองไม่เห็น (The Invisible Metrics)
รายงานรายได้ (P&L) มักซ่อนความจริงเอาไว้ ถ้าอยากรู้ว่า ทำไม คุณถึงแพ้หรือชนะ คุณต้องดูที่ "กรวยการจอง" (Booking Funnel)
สถานการณ์จริงของโรงแรมหนึ่งที่มีค่า Fair Share อยู่ที่ 4.4%:
ตัวชี้วัดที่ #1: Page View Share (สมรภูมิการมองเห็น)

“ลูกค้าเห็นโรงแรมเราบ้างไหม?”
ถ้า Fair Share คุณคือ 4.4% แต่ Page View Share ของคุณต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 1.9% แสดงว่าคุณมีปัญหาเรื่อง Visibility (การมองเห็น)
คุณกำลังเป็น "โรงแรมที่ดีที่สุดที่ไม่มีใครรู้จัก" ปัญหานี้มักเกิดจาก:
- รูป Main Photo ไม่ดึงดูด (Digital Curb Appeal ตก)
- ไม่ได้ติ๊ก Tag สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ (เช่น สระว่ายน้ำ, ฟรี WiFi)
- อันดับในผลการค้นหา (Ranking) ตกไปอยู่หน้าท้ายๆ
ตัวชี้วัดที่ #2: Revenue Share (สมรภูมิผลประกอบการ)

“ลูกค้าเลือกจองเราหรือเปล่า?”
ถ้า Fair Share คุณคือ 4.4% แต่ Revenue Share คุณพุ่งไปถึง 6.7% ยินดีด้วยครับ! คุณกำลัง "ชกข้ามรุ่น" (Punching above your weight)
แปลว่าคุณกินส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่าขนาดตัวของคุณเสียอีก นี่แสดงว่า Conversion Rate ของคุณเยี่ยมยอด ใครเห็นเป็นต้องจอง
3. กรณีศึกษาจริง: พลิกฟื้น "Hidden Gem" ให้เป็นดาวรุ่ง
มาดูเคสจริงของโรงแรมแห่งหนึ่งที่ติดอยู่ในกับดัก "ของดีที่ไม่มีใครเห็น" (Hidden Gem) และ วิธีแก้เกมของพวกเขา
สถานการณ์ (Before):
- Fair Share: 4.4% (เป้าหมายมาตรฐาน)
- Page View Share: 1.2% (🚨 อาการหนัก: แทบไม่มีตัวตน)
- Revenue Share: 3.5% (ต่ำกว่ามาตรฐาน - Underperforming)
การวินิจฉัย:
โรงแรมนี้มี Product ที่ดี (มีศักยภาพในการปิดการขายสูง) แต่หน้าร้านแย่มาก (คนมองไม่เห็น) ทางแก้ไม่ใช่การลดราคา แต่ต้อง "เปิดไฟให้สว่าง"
การปรับปรุง (ใน 60 วัน):
- เปลี่ยนรูป Hero Image: เอารูปห้องพักที่สว่าง น่านอน มาแทนรูป ล็อบบี้มืดๆ
- เก็บรายละเอียด Tags: ไล่ติ๊ก Amenity สำคัญๆ เช่น "รวมอาหารเช้า" และ "ยกเลิกฟรี" ให้ครบ
- บูสต์การมองเห็น: ยอมเข้าร่วมแคมเปญ Accelerator เพื่อกระตุ้นยอดวิวในช่วงแรก
ผลลัพธ์ (Result):
- Page View Share: ขยับขึ้นเป็น 3.0% (คนเริ่มเห็นแล้ว)
- Revenue Share: กระโดดไปแตะ 6.7%
บทเรียน:
พวกเขาเลิกไล่ตาม "ยอดจอง" แต่หันมาแก้ที่ "ยอดวิว" แทน เพราะสินค้าดีอยู่แล้ว พอลูกค้าเห็น รายได้ก็ไหลมาเทมาเอง
4. ช่วงเวลา "Aha!": โรงแรมคุณเป็นประเภทไหน?
ลองใช้ตาราง Matrix ง่ายๆ นี้ตรวจสุขภาพโรงแรมของคุณดูครับ

| ประเภท | ยอดวิว (Views) | รายได้ (Revenue) | คำวินิจฉัย | วิธีแก้เกม |
|---|---|---|---|---|
| A. เจ้าตลาด (The Market Leader) | สูง | สูง | คุณคือเบอร์หนึ่ง แข็งแกร่งทั้งรับและรุก | รักษามาตรฐานไว้ และคอยจับตาดูคู่แข่งหน้าใหม่ |
| B. แค่ดูแต่ไม่จอง (The Window Shopper) | สูง | ต่ำ | ลูกค้าเห็นเยอะ แต่เทไม่อยากจอง | เช็ค Pricing ด่วน หรือคะแนนรีวิวอาจจะแย่ ข้อเสนอคุณยังไม่โดนใจ |
| C. เพชรในตม (The Hidden Gem) (เคสของคุณ) |
ต่ำ | สูง | ของดี หายาก แต่พอเจอแล้วลูกค้าชอบ | ห้ามลดราคาเด็ดขาด! เอางบไปลง Marketing หรือทำ Visibility ดีกว่า |
| D. โรงแรมไร้ตัวตน (The Ghost) | ต่ำ | ต่ำ | ไม่เห็น ไม่จอง ไม่น่าสนใจ | ต้องรื้อระบบใหม่หมด ทั้ง Content, รูปภาพ และราคา |
บทสรุป: อย่าทิ้งเงินไว้บนโต๊ะ (Don't Leave Money on the Table)
Fair Share ไม่ใช่ "เพดาน" รายได้... แต่มันคือ "เส้นสตาร์ท"
ถ้าคุณเช็คแล้วพบว่าตัวเองเป็น Type C (Hidden Gem) เหมือนโรงแรมในกรณีศึกษานี้ ขอให้มั่นใจว่า Product คุณแข็งแรงแล้ว ไม่จำเป็นต้องสาดโปรลดแลกแจกแถมเพื่อเรียกแขก สิ่งที่คุณขาดคือ "สปอตไลท์" เท่านั้น
Next Step:
ลองล็อกอินเข้า Expedia Partner Central วันนี้ แล้วเปิดไปที่แท็บ Rev+ ดูเทียบกันชัดๆ ระหว่าง Page View Share กับ Fair Share ของคุณ ถ้า View Share ต่ำกว่า Fair Share... คุณรู้แล้วใช่ไหมครับว่าต้องทำยังไง? อย่าปล่อยให้คู่แข่งกินเค้กชิ้นที่เป็นของคุณไปฟรีๆ ครับ
อ่านต่อ
ความสำคัญของ Direct Booking สำหรับโรงแรม | เพิ่มรายได้และการควบคุมแบรนด์
เรียนรู้ถึงความสำคัญของการจองห้องพักโดยตรงสำหรับโรงแรม ทั้งลดค่าคอมมิชชั่น เพิ่มการควบคุมแบรนด์ สร้างความสัมพันธ์กับแขก และการเติบโตของรายได้ในระยะยาว