#

"ในยุคที่ OTA คือจุดเริ่มต้นของการค้นหาโรงแรม การขึ้นหน้าแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือกลยุทธ์ที่วางได้ผ่านแคมเปญและโปรโมชัน OTA บทความนี้อธิบายว่าทำไมโรงแรมเล็ก–กลางและโรงแรมอิสระจึงต้องใช้แคมเปญ OTA เป็น “ตัวเร่งการมองเห็น” สร้าง Base Demand และรีวิวใหม่ ๆ พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญอย่าง Black Friday ที่สามารถดันยอดจองและรายได้รวมให้เติบโตอย่างยั่งยืน และปิดท้ายด้วยบทบาทของ Revenue Management ที่ช่วยให้คุณ 'We yield, you chill.' ได้จริงในชีวิตจริงของโรงแรม"

ทำไม “การเข้าร่วมแคมเปญและโปรโมชัน OTA” จึงสำคัญต่อโรงแรมขนาดเล็ก–กลางและโรงแรมอิสระ?

มุมมอง Revenue Management สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมยุคแข่งขันสูง

 

ในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มต้นการค้นหาที่พักบน OTA เป็นอันดับหนึ่ง การอยู่ “หน้าบ้านที่ถูกมองเห็น” คือหัวใจสำคัญของยอดขายโรงแรมทุกประเภท โดยเฉพาะ โรงแรมขนาดเล็ก–กลาง และโรงแรมอิสระที่ไม่มีชื่อเสียงระดับเชนคอยสนับสนุนด้านการตลาด การเข้าร่วมแคมเปญและโปรโมชันของ OTA ไม่ใช่เพียงเรื่องของส่วนลด แต่คือ “เครื่องมือเร่งการมองเห็น (Visibility Accelerator)” ที่ช่วยสร้างยอดจองแบบจับต้องได้

 

OTA คือสนามแข่งขันหลักของโรงแรมยุคใหม่

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน—กว่า 70–90% ของแขกเริ่มต้นการค้นหาที่พักบน OTA ไม่ว่าจะจองจริงหรือไม่ก็ตาม OTA จึงไม่ใช่เพียง “ช่องทาง” แต่เป็น “จุดตัดสินใจ” ที่กำหนดว่าโรงแรมไหนจะได้สิทธิ์เข้าพบลูกค้าก่อน

 

สำหรับโรงแรมขนาดเล็ก–กลางที่ไม่มีงบโฆษณาขนาดใหญ่หรือทีมการตลาดแบบเชน การแข่งขันเรื่อง การมองเห็น คือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะบนหน้า List เพียงแค่ขึ้นมาอยู่บนแถวบนๆ ก็สามารถเพิ่ม CTR และ Conversion ได้หลายเท่าตัว

 

นั่นทำให้แคมเปญ OTA กลายเป็น “ประตู” ที่ช่วยให้โรงแรมมีพื้นที่แข่งขันเทียบเท่าโรงแรมแบรนด์ใหญ่ได้ทันที

 

แคมเปญ OTA = เวที Spotlight ที่อัลกอริทึมผลักคุณขึ้นหน้าแรก

เมื่อโรงแรมเข้าร่วมแคมเปญ OTA อัลกอริทึมมีแนวโน้มจะเพิ่มน้ำหนักคะแนนให้โรงแรมโดยอัตโนมัติ เช่น

  • แสดงผลสูงขึ้น
  • ติดท็อปอันดับในเมือง
  • อยู่ในดีลแนะนำ (Featured Deals) ผลลัพธ์คือจำนวนการมองเห็นเพิ่มขึ้นอย่างทันที และสำคัญที่สุด—การเข้าร่วมแคมเปญไม่ใช่การทำ “ส่วนลดแบบเสียเปรียบ” แต่คือการลงทุนด้านการมองเห็นโดยไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และจ่ายก็ต่อเมื่อมีการจองจริง ในมุม Revenue Management นี่ถือเป็น การตลาดที่มี ROI สูงที่สุด ในกลุ่มโรงแรมอิสระ

 

ตัวช่วยเร่งยอดจองในช่วง Low Season ที่คุมต้นทุนได้จริง

ช่วงโลว์ดีมานด์คือสิ่งที่ทำให้โรงแรมขนาดเล็ก–กลางเหนื่อยที่สุด เพราะ Fixed Cost ยังคงเท่าเดิม ไม่ว่าจะมีแขกหรือไม่ก็ตาม

แคมเปญ OTA ช่วยโรงแรมได้ในหลายมิติ เช่น

  • เพิ่ม Traffic อย่างฉับพลัน
  • เพิ่ม Conversion ของวันที่มีดีมานด์ต่ำ
  • เติม Base Occupancy ให้แน่นขึ้น เมื่อ Base Occupancy สูงขึ้น โรงแรมสามารถบริหารราคาในอนาคตได้ดีขึ้น เช่น วันที่คาดว่าดีมานด์สูงก็สามารถ Yield Rates สูงขึ้นโดยไม่มีความเสี่ยง ยิ่งไปกว่านั้น การมีแขกมากขึ้นช่วงโลว์ซีซั่นจะสร้างรีวิวใหม่ ๆ ซึ่งรีวิวเหล่านี้คือ “เชื้อไฟ” สำคัญที่ผลัก Ranking ของโรงแรมให้ดีขึ้นในระยะยาว

 

แคมเปญ OTA ช่วยให้โรงแรมอิสระแข่งขันกับเชนใหญ่ได้จริง

โรงแรมเชนมีเครื่องมือมากมาย เช่น

  • ทีมการตลาด
  • Loyalty Program
  • งบโฆษณาสูง แต่โรงแรมอิสระไม่มีเครื่องมือเหล่านี้ แคมเปญ OTA จึงกลายเป็น “สนามยุติธรรม” ที่อัลกอริทึมให้ความสำคัญกับ Performance มากกว่าขนาดแบรนด์ โรงแรมอิสระสามารถถูกดันขึ้นหน้าแรกได้เช่นกัน หาก Conversion ดีและเข้าร่วมแคมเปญสม่ำเสมอ นี่คือโอกาสที่ทำให้โรงแรมเล็ก–กลางสามารถแข่งขันได้อย่างไม่เสียเปรียบในระบบ OTA

 

เพิ่มคะแนน Performance Score และ Ranking แบบไม่ต้องใช้งบโฆษณาเพิ่ม

มากกว่า 90% ของ OTA ใช้คะแนน Performance เป็นตัวกำหนด Ranking และอัลกอริทึมต่างหากที่เลือกโรงแรมขึ้นแนะนำ เมื่อโรงแรมเข้าร่วมแคมเปญและ Conversion ดีขึ้น ระบบจะให้คะแนนเพิ่ม เช่น

  • Visibility Score ดีขึ้น
  • Property Performance ดีขึ้น
  • Organic Ranking สูงขึ้น ผลลัพธ์คือโรงแรมถูกเสนอชื่อบ่อยขึ้นบนหน้าแรก โดยไม่ต้องจ่ายค่า Ads นี่คือวิธีเพิ่มการมองเห็นแบบต้นทุนต่ำที่โรงแรมหลายแห่งยังใช้ไม่เต็มศักยภาพ

 

เปิดประตูสู่แขกต่างชาติในต้นทุนที่ต่ำกว่าโฆษณาทั่วไปหลายเท่า

แคมเปญเฉพาะประเทศของ OTA เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี จีน หรือยุโรป ทำหน้าที่เป็น “เครื่องมือเข้าถึงตลาดต่างชาติ” ให้โรงแรมอิสระเข้าถึงลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน

ถ้าต้องยิงโฆษณาเอง โรงแรมต้องใช้
✔ งบสูง
✔ ความรู้ทาง Digital Marketing
✔ การวิเคราะห์ Audience ลึก ๆ

แต่ OTA มีสิ่งเหล่านี้ให้ครบแล้ว การเข้าร่วมแคมเปญจึงเป็นวิธีเข้าถึงตลาดต่างชาติที่มีต้นทุนต่ำที่สุด และสร้างโอกาสเกิด Repeat Stay หรือรีวิวต่างชาติที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโรงแรมในอนาคต

 

ฐานยอดจองเริ่มต้น (Base Demand) ทำให้ Yield ราคาช่วงพีคได้ดีกว่าเดิม

หนึ่งในหลักการสำคัญของ Revenue Management คือ “มี Occupancy ก่อน = มีอำนาจในการตั้งราคา” เมื่อโรงแรมมี Base Demand จากแคมเปญ OTA แล้ว การบริหารราคาในอนาคตจะง่ายขึ้นมาก เช่น

  • วันที่มีดีมานด์สูงสามารถตั้งราคาสูงได้เต็มที่
  • RevPAR เติบโตอย่างมีโครงสร้าง
  • Weighted Average Rate สูงขึ้น
  • รายได้รวมเพิ่มขึ้นแบบยั่งยืน นี่คือวิธีที่ THRev.co ใช้ผลักดันการเติบโตให้โรงแรมในพอร์ตของเรา และพิสูจน์แล้วว่าทำงานได้จริงกับโรงแรมทุกระดับราคา

 

ใกล้ถึง Black Friday แล้ว — อย่าพลาดโอกาสทองที่สุดของปี

ช่วง Black Friday คือช่วงที่ OTA ทั่วโลกปล่อยแคมเปญที่แรงที่สุดของปี ทั้งในแง่การมองเห็นและ Conversion THRev.co ขอเตือนโรงแรมที่ยังไม่ได้เข้าร่วม Black Friday Campaign ให้รีบเข้าร่วมทันที เพราะ…

นี่คือช่วงที่แขกทั่วโลกพร้อมใช้จ่าย

OTA จะดันดีลของโรงแรมขึ้นหน้าแรก

Conversion สูงกว่าช่วงเวลาทั่วไปหลายเท่า

ช่วยดันยอดจองปลายปี และต่อเนื่องถึง High Season พลาดครั้งนี้ = พลาดการมองเห็นระดับสูงสุดของปี

 

หากคุณต้องการเพิ่มการมองเห็น ดันยอดจอง และวางกลยุทธ์ราคาที่แม่นยำตลอดปี
THRev.co พร้อมดูแลกลยุทธ์ OTA และ Revenue Management ให้โรงแรมของคุณแบบรายวัน

 

We yield, you chill.
ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเรื่องรายได้ เพื่อให้คุณทุ่มเทกับสิ่งที่สำคัญที่สุด—การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับแขกของคุณ

 

THRev.co (@ธา ซิตี้ ลอฟท์)
📍 2 ซอย เอกมัย 6 ถนน สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

อ่านต่อ

OTA Visibility คืออะไร? กลไกสำคัญที่โรงแรมต้องเข้าใจ เพื่อเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน
บทความก่อนหน้า

OTA Visibility คืออะไร? กลไกสำคัญที่โรงแรมต้องเข้าใจ เพื่อเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

ไขเบื้องหลัง OTA Visibility ทำไมการ “ถูกมองเห็น” บน OTA ถึงเป็นรากฐานของการเพิ่มรายได้โรงแรม พร้อมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ THRev.co

ดูบทความเพิ่มเติม